WELCOME TO www.9artgallery.com                                                                                ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่ www.9artgallery.com





9Art Gallery/ Architect Studio : 786/11 Moo.3 Phaholyotin Rd,Wiang,Muang,Chiangrai 57000 : Tel.0-5371-9110 Fax:0-5374-4168,E-mail : artgallery9@hotmail.com



     


Art Exhibition


มรรค แห่งรูป-นาม
WAY OF TANGIBLES-INTANGIBLES
     
BY  ศิลปินกลุ่ม ใบลาน BAI LAN GROUP


BY 

มานิตย์ โกวฤทธิ์
    ทนงศักดิ์  ปากหวาน
     วาทิตย์ เสมบุตร
     ขจรเดช หนิ้วหยิ่น
      นพนันท์ ทันนารี

 

Manit  Gowarhit
Thanongsak   Pakwan
Wathit  Sembut
Kajondet  Niwyin
Noppanan  Thannaree


โดย
ทพญ.ทวีพร กีรติอดิศัย

             
ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดนิทรรศการ

 

มรรค แห่งรูป-นาม
                รูปและนามในศิลปกรรมแปลง่ายๆสำหรับคนทั่วไปคือดูรู้เรื่องและไม่รู้เรื่องการดูรู้เรื่องคือการมีประสบการณ์ร่วมเข้าใจได้ในสิ่งเดียวกัน 
นามคือนามธรรมคือสัญลักษณ์ที่ต้องการการเรียนรู้ให้เข้าใจในความหมายรูปและนามในความหมายของศิลปกรรม
ถูกตั้งคำถามมาเนิ่นนานแต่เริ่มต้นกำเนิดศิลปกรรมสมัยใหม่ จากลัทธิอิมเพรสชั่นนิสต์สู่เอ็กเพรสชั่นนิสต์
จนถึงลัทธิศิลปกรรมนามธรรมบริสุทธิ์  ศิลปะไร้รูปร่างดูรู้เรื่อง  คงเหลือทัศนะธาตุทางศิลปกรรมของเส้น, สี, รูปร่าง,รูปทรง  ความงามเปรียบดั่งการฟังบทบรรเลงเพลงคลาสสิคที่มุ่งเน้นตัวโน๊ต  การเรียบเรียงจัดวางองค์ประกอบการประสานเสียงเป็นสิ่งสำคัญ  ดนตรีคือดนตรี  จิตรกรรมคือจิตรกรรม  ประติมากรรมคือประติมากรรม ไม่ใช่การลอกเลียนความงามจาก ความเหมือนของธรรมชาต
ิเนื้อหาสาระคือความประทับใจ  ความซาบซึ้งใจในช่องว่าง, จังหวะของสีสัน  รูปทรง ที่ผู้ดูต้องเรียนรู้ สร้างสมประสบการณ์จากการดู
ู,ฟังให้เข้าใจ  ซึ่งความงามนั้นเป็นสากลที่ทุกคนจะรู้และเข้าใจได้ตรงกัน  เช่นพื้นฐานเบื้องต้นของสี  แต่ละสีจะทำให้คนรู้สึกถึงผลกระทบต่อจิตใจ  แตกต่างกัน  เช่นกันกับเส้นที่ถูกเขียน  ถูกลากไปในแนวทิศทางที่แตกต่างกัน โค้งงอ  ตรง 
บางหรือทึบหนาก็ให้ความรู้สึกแตกต่าง
                ในที่นี้ผู้เขียนจะละไว้ไม่เขียนถึงรูปธรรม  เพราะรูปธรรมเป็นสิ่งที่เข้าใจกันได้แล้วตามตาที่มองเห็น 
แต่จะเขียนถึงนามธรรมที่พร้อมพัฒนาเป็นรูปธรรมที่ถูกมองรู้  ดูเห็น  จากการเรียนรู้ให้เข้าใจจากภายใน  ซึ่งบางทีเราก็ลืมไปว่ามันได้เปลี่ยนจากนามธรรมเป็นรูปธรรมได้ตั้งแต่เมื่อไหร่  เด็กที่แรกเรียนรู้  ไม่รู้จักผลไม้, โต๊ะ, เก้าอี้ ฯลฯ 
รูปลักษณ์ของโต๊ะ, เก้าอี้  เป็นนามธรรม  ไม่มีชื่อ  ไม่มีความหมาย  ความงามของโต๊ะ, เก้าอี้คือสัดส่วนที่เขาได้นั่งได้พิงแล้วสบายใจ ผ่อนคลาย เป็นความประทับใจเกิดรูปและนาม  เช่นกันกับอักษร ก, ข, A, B, C, D เป็นนามธรรม  แต่พอได้เรียนรู้เข้าใจ  นำมาประกอบกันแล้วมีความหมายเป็นรูปธรรม  นำมาเขียนเป็นประโยคร้อยกรองเป็นกวีมีความไพเราะ  ซาบซึ้งใจได้เป็นศิลปกรรม  ไม่แตกต่างจากแบบแปลนก่อสร้างบ้าน  เริ่มแรกเป็นเส้นตั้ง, เส้นนอน 
เป็นช่องเป็นตาราง  เข้าใจไม่ได้เป็นนามธรรม  แต่พอก่อสร้างเป็นรูปร่างได้อยู่อาศัยแล้ว  เป็นรูปธรรม  ผู้อาศัยสามารถรู้เห็นทุกส่วนสัดห้องหับได้ทุกที่  ความงามเป็นความสะดวกสบาย  เป็นความอิ่มเอิบพึงพอใจในการจัดวางพื้นที่  สีสันการตกแต่งรายละเอียดให้ทุกส่วนผสมผสาน  กลมกลืนและขัดแย้งตามแต่จุดประสงค์ที่ต้องการให้ได้ตามความหมายนั้นๆ
                ผลงานจิตรกรรมกลุ่มใบลาน  นำโดยมานิตย์  โกวฤทธิ์, ทะนงศักดิ์  ปากหวาน, วาทิตย์  เสมบุตร,  ขจรเดช  หนิ้วหยิ่น  และนพนันท์  ทินนารี  ต่างมีเนื้อหาสาระที่แตกต่างกันในรูปลักษณ์ที่ซ่อนรูปนาม  บ้างเป็นรูปธรรม  บ้างก้ำกึ่งนามธรรม  แต่ต่างมีภาพรวมในรูปธรรมของศิลปะไทยที่มีพื้นหลังเป็นพุทธะ  ในทางพุทธะของพุทธะศาสนา  รูปและนามล้วนเป็นสิ่งสมมุติ  สมมุติว่าเป็นอย่างนี้  เมื่อเข้าใจร่วมกัน  สิ่งนี้ก็เป็นสิ่งนี้  มีตัวตนเป็นรูปธรรม 
หากเราละไว้ซึ่งความเข้าใจ  หรือไม่เข้าใจ  สิ่งนี้ก็ไม่ได้เป็นสิ่งนี้  ไม่ได้เป็นรูปและไม่ได้เป็นนาม  หากแต่ทั้งหมดคือปรากฏการณ์ที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ทุกขณะ  รูปและนามเป็นรูปร่างหน้าตาและความคิดความรู้สึก  เกิดและเป็นอยู่ควบคู่กันมาแต่เริ่มต้น  ศิลปกรรมนามธรรมมีรูปธรรมเป็นเส้นสี, รูปร่าง, รูปทรง, พื้นผิว 
หรือแม้กระทั่งกลิ่น, ควัน, พื้นที่ว่างและบรรยากาศ ศิลปกรรมรูปธรรมมีนามธรรมเป็นความลับซ่อนเร้นความนัย 
เนื้อหาเบื้องหน้าเบื้องหลังความเป็นมาให้ต้องค้นหาตีความ  ศิลปกรรมรูปธรรมที่ดีมีนามธรรมเป็นคุณค่า  ศิลปกรรมนามธรรมที่ดีมีรูปธรรมเป็นคุณค่า  หากศิลปกรรมทั้งสองขาดไร้ซึ่งกันและกัน  ศิลปกรรมนั้นก็ไม่มีความหมายอื่นใด
                เด็กแรกเกิดทุกคนบริสุทธิ์มีเพียงรูป  เติบโตถูกตั้งชื่อเรียกนาม  เรียนรู้ปลูกฝังเรื่องราวติดตามตัวเติบใหญ่  จับยึดตนเป็นอัตตามีรูปมีนาม คุณค่าแห่งรูปนาม  ตัวตน, ผลงาน เกิดจากการเรียนรู้สร้างสมประสบการณ์ผ่านยุคสมัย 
หินก้อนหนึ่งในยุคสมัยหนึ่งบางทีอาจไม่มีคุณค่าอะไร  หากแต่เมื่อเวลาล่วงผ่านถูกขัดถูกถูเกิดประกายเงา  กลับมีคุณค่ามหาศาล  เช่นกันกับสิ่งทรงคุณค่าในปัจจุบัน  เมื่อเวลาล่วงผ่านอาจลดคุณค่าลงได้ในอนาคต

 

THE EXHIBITION OF PAINTING BY

มานิตย์ โกวฤทธิ์ / Mr. Manit  Gowarhit

การศึกษา : - โรงเรียนชุมชนบ้านท่าข้ามใต้ อ.ฮอด จ.เชียงใหม่
 -  วิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่
-   คณะศิลปกรรม สาขาจิตรกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี
  ราชมงคลล้านนา (วิทยาเขตภาคพายัพ) ปีการศึกษา 2547
 -  กำลังศึกษาปริญญามหาบัณฑิต คณะจิตรกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพ์   มหาวิทยาลัยศิลปากร


เกียรติประวัตฺิ

2545   - รางวัลชนะเลิศ การประกวดวาดภาพ FRANCO – THAI   PAINTING
              CONTEST ครั้งที่ 2 ในหัวข้อ “วัฒนธรรมไทย - ฝรั่งเศสภาพวาด”
2546   - รางวัลดีเด่น “ศิลปะไทยดังไกลทั่วโลก” โดย บริษัท นิ่มสี่เส็ง ขนส่ง 1998 จำกัด
           - รางวัลชมเชย  การประกวดศิลปกรรม หัวข้อ “กล้วยไม้ไทย” ครั้งที่ 2              
              ประเภทเหมือนจริง ณ มหาวิทยาลัยแม่โจ้   จ.  เชียงใหม่

 - รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 การประกวดวาดภาพสมเด็จพระศรีนคริน-  ทราบรมราชชนนี  ในหัวข้อ “สมเด็จย่า...ความทรงจำ”

- รางวัลดีเด่นการประกวดศิลปกรรม ป.ต.ท. ครั้งที่ 21 ในหัวข้อ “อยู่อย่างไทย    กินใช้พอเพียง”
  - รางวัลชมเชย การประกวดจิตรกรรมต้นแบบภาพปักไทย ครั้งที่ 1 ประเภทไทย ร่วมสมัยของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ
  - รางวัลดีเด่นการประกวดจิตรกรรม สีศิลปกรประดิษฐ์ ครั้งที่ 1 ในหัวข้อ                  
“ทําความดีถวายในหลวง”                                                                                         
- รางวัลชมเชยการประกวดจิตรกรรมเฉลิมพระเกียรติ 80พรรษาในหัวข้อ  “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรมเพื่อประโยชน์สุขแห่งชาวสยาม”
โดยศาลจังหวัดธัญบุรี ม.เทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี 

                                                                                                                 
Name :         Manit  Gowarhit
Born :          December 21, 1981
Education    - Chumchol Ban Ta Kam Tai School.
                       - Chiang mai Vocatoinal college.
                       - B.F.A. (Painting)  Technology Rajamongkol Lanna Universit.             
                       - Studying in Master degree of Firnt Art    
Award and Honorable
2000  - The runner-up from “Thai Orchid” by1st12/16/2011.
2001  - The excellent prize of  “Keeping on Thai Culture” Metro Technology shool
          - The winner of “The Flowering Tree and the decorative plant” at Buak Had Garden, Chiang Mai.
2002  - The winner of Franco-Thai Painting Contest” by 2nd in the topic “Thai Culture-Franch drawing”
2003  - The winner of “The world Class of Thai Art” by Nim Si Seng Transportation’ 98 Co., Ltd.
          - The 4th prize of “Thai Orchid” by 2 th at Mae Jo university.
2004  - The Honorable mention prize of The Drawing Contest of Royal Highness  the prinscess Mother’ in the topic” The memorization to the king’s mother.
          - The Excellent Prize of 21st Art Contest by P.T.T. in the topic “You Yang Thai Kin Chai Por Piang” (Living as Thai-Style, Sufficienc living).
          - The honorable mention prize from the 1st contest in the model of Thai Embroidery painting-Thai modern style, Song Serm Silpcheep Foundation-H.M. the queen’s project..
         - The excellent prize of “Si silpkorn Pradit” the 1st painting contest in the   topic “Doing good thing for the beloved king”.
         - The honorable mention prize from the painting contest for celebration of    80th year-old of H.M. the king, by Tanyaburi, in the to topic “I’ll rule fair”
and square for Thai people.
2007   - The 3rt prize from the painting contest for the celebration of 80th year-old of H.M. the king in the topic “Tai Rom Pra bar mee” by Kan Tang Company, special of Thai Land Co.,Ltd.  
           - The special prize from the painting contest for the celebration of 80th year-old of H.M. the king by Kasikornbank Co.Ltd.

 

 

 


7.ใต้ถุนเรือนไม้

Acrylic on Canvas,150 X 100 cm

 

 

 

 

2.บรรยากาศแห่งศรัทธา 1

Acrylic on Canvas, 100 X 80 cm.

3.บรรยากาศแห่งศรัทธา4

Acrylic on Canvas, 100 X 80 cm.


 

 

4 บรรยากาศแห่งศรัทธา 6

Acrylic on Canvas, 100 X 80 cm.

5.บรรยกาศแห่งศรัทธา3

Acrylic on Canvas, 100 X 80 cm.

 

 


6.บรรยกาศแห่งศรัทธา5

Acrylic on Canvas, 100 X 80 cm.



7.บรรยากาศแห่งศรัทธา2

Acrylic on Canvas, 100 X 80 cm.

 

 

 

มานิตย์ โกวฤทธิ์  ได้นำเรื่องราวจากสถาปัตยกรรมล้านนาซึ่งมีความหมายทางพุทธศาสนามาเชื่อมโยงกับเรื่องของความเชื่อความศรัทธาที่แฝงอยู่ด้วย

เงาขององค์เทพ-เทวดา เป็นต้น ด้วยเงาตกกระทบบนสถาปัตยกรรม ในเทคนิควิธีการเฉพาะตนให้เกิดความหมายใหม่ขึ้น

 

 ...........................................................................................................................................  

 

 

 

 

 

ื่ทนงศักดิ์ ปากหวาน
10 มีนาคม 2527 เชียงรายประวัติการศึกษา
พ.ศ. 2551 ศิลปบัณฑิต ( ศิลปไทย) เกียตินิยมอันดับ 1      คณะจิตรกรรมประติมากรรม และภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
พ.ศ. 2554 ศิลปมหาบัณฑิต (ศิลปไทย) คณะจิตรกรรมประติมากรรม และภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร

เกียรติประวัติ

พ.ศ.2544  รางวัลที่ 1 “องค์ประกอบศิลป์”งานศิลปหัตถกรรมภาคเหนือ ณ จังหวัดเชียงใหม่
พ.ศ.2545   รางวัลพิเศษ การประกวดศิลปกรรม “นำสิ่งที่ดีสู่ชีวิต” ครั้งที่ 14 โดยบริษัทโตชิบา ประเทศไทย
พ.ศ.2548     ร่วมเขียนภาพปฏิทินพุทธประวัติ บริษัทกนกศิลป์   
พ.ศ.2549     รางวัลพิเศษ การประกวดศิลปกรรม “นำสิ่งที่ดีสู่ชีวิต” ครั้งที่ 18 โดยบริษัทโตชิบา ประเทศไทย
พ.ศ.2550     รางวัลดีเด่น การประกวดศิลปกรรม “นำสิ่งที่ดีสู่ชีวิต” ครั้งที่ 19 โดยบริษัทโตชิบา ประเทศไทย
รางวัลที่ 1 เหรียญทองบัวหลวง ประเภทจิตรกรรมไทยแนวประเพณี ครั้งที่ 29 โดยมูลนิธิธนาคารกรุงเทพ และได้ทุนไปทัศนศึกษางานศิลปะ ณ ประเทศเยอรมันนี และอิตาลี
ทุนพระราชทาน “ภูมิพล” ประเภทรางวัลเรียนดี
ทุนบุญรอดพัฒนานิสิต 
รางวัลชมเชย ประกวดวาดภาพ 100 ปี พระราชวังสนามจันทร์
พ.ศ.2551                              เกียติบัตรนักศึกษาดีเด่นผู้สร้างชื่อเสียงแก่มหาวิทยาลัยศิลปากร
พ.ศ.2553    รางวัลพิเศษ การประกวดศิลปกรรม “นำสิ่งที่ดีสู่ชีวิต” ครั้งที่ 22 โดยบริษัทโตชิบา ประเทศไทย
รางวัลที่ 2 เหรียญเงินบัวหลวง ประเภทจิตรกรรมไทยแนวประเพณี ครั้งที่ 32 โดยมูลนิธิธนาคารกรุงเทพ            
ทุนส่งเสริมการสร้างสรรค์ศิลปะ มูลนิธิ พลเอกเปรม  ติณสูลานนท์
พ.ศ.2554       รางวัลที่ 3 เหรียญทองแดงบัวหลวง ประเภทจิตรกรรมไทยแนวประเพณี ครั้งที่ 33โดยมูลนิธิธนาคารกรุงเทพ

 

Thanongsak  Pakwan
Born       10 March 1984 Chiang Rai

Education

  • Bachelor of Fine Art, 1st Honor, the Faculty of painting Silpakorn University
  • Master degree of Fine Art, the Faculty of painting Silpakorn University

Honor

  1. - 1st prize “Elements of Art” Northern Handicraft Exhibition Chiang Rai
  2. - Special Award of Art Exhibition Contest “Bring Good Life” 14th by Toshiba Com.Ltd Thailand
  3. - Drawing the Buddha History in Calender of Kanoksilp Company
  4. - Special Award of Art Exhibition Contest “Bring Good Life” 18th by Toshiba Com.Ltd Thailand
  5. - Outstanding Award of Art Exhibition Contest “Bring Good Life” 19th by Toshiba Com.Ltd Thailan

- 1st prize of Bua Luang Thai traditional painting 29th by Bangkok Foundation and get the scholarship to have field trip in Germany and Italy
- Bhumipol King’s Scholarship for outstanding students
- Boonrod Student’s development
- Honorable prize 100th year Sanamjan Palace
      2008      - Certifaicate of outstanding student’s prize, Silpakorn University
      2010      - Special prize “Bring Good Life” Competitive Art Exhibition 22nd by Toshiba      Thailand
                        - 2nd prize of Bualuang Thai traditional painting 32nd by Bangkok Foundation
                        - Creative Art Scholarship by Ger.Prem Tinasulanon Foundation
      2011         - 3rd prize of Bualuang Thai traditional painting 33rd by Bangkok Foundation


แนวความคิด

ความเป็นจริงต่างๆของชีวิต ส่วนใหญ่มองเห็นได้อย่างแท้จริงจากสิ่งต่างๆ

และการกระทำต่างๆในชีวิตประจำวัน

 

1. ธิดาพญามาร

สีฝุ่นบนผ้าใบ / Tempera on Canvas, 170 X 130 cm.


 

 

 

2. ยักษ์ใหญ่ไล่ยักษ์เล็ก

สีฝุ่นบนผ้าใบ / Tempera on Canvas, 140 X 150 cm.


 

 

3. หนีเสือปะจระเข้

สีฝุ่นบนผ้าใบ / Tempera on Canvas, 150 X 120 cm.


 

 

 

 

4. สิงหนุวัตร

สีฝุ่นบนผ้าใบ / Tempera on Canvas, 150 X 120 cm.


 

 

 


5. หยั่งรู้

สีฝุ่นบนผ้าใบ / Tempera on Canvas, 45 X 35 cm.



6. ฝัน

สีฝุ่นบนผ้าใบ / Tempera on Canvas, 45 X 35 cm.


7. น้ำทิพย์

สีฝุ่นบนผ้าใบ / Tempera on Canvas, 45 X 35 cm.

 

ทนงศักดิ์  ปากหวาน ผู้ซึ่งมีแรงบันดาลใจจากประสบการณ์จากความรักความผูกพันที่ได้ซึมซับจากวิถีชีวิตชนบทที่เรียบง่าย สุข สงบ

ซึ่งมีความผูกพันกับ วัด ศาสนา วัฒนธรรมประเพณี คติความเชื่อ คำสอนตำนานนิทานพื้นบ้านโดยใช้เนื้อหาที่สะท้อนให้เห็นถึงคุณค่าในคติพื้นบ้านล้านนา

 

 

 ...........................................................................................................................................  

 

 

 

 

 

 

Mr.Wathit Sembut
Date of birth: 16 March 1986

Education

  1. Ban Nanglae School, Chiangrai
  2. Chiangrai Wittayakom School, Chiangrai
  3. B.F.A. (Art Theory), Faculty of Painting Sculpture and Graphic Arts,

Silpakorn University

  • A current student, Master degree (Thai art) in Faculty of Painting Sculpture and Graphic Arts

วาทิตย์  เสมบุตร
 ๑๖ มีนาคม ๒๕๒๙

ประวัติการศึกษา
-โรงเรียนบ้านนางแล
-โรงเรียนเชียงรายวิทยาคม
-ปริญญาตรี ภาควิชาทฤษฎีศิลป์ คณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
-กำลังศึกษาในระดับปริญญาโท ภาควิชาศิลปไทย คณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร

แนวความคิด
ข้าพเจ้าได้ลดทอนสิ่งที่เห็นเหลือแต่สาระสำคัญทางวิญญาณ แสดงออกเป็นความรู้สึกโดยตรงผ่านรอยฝีแปรง เส้นสาย กับพื้นผิวที่ว่างของระนาบที่ได้จากพลวัต(การเคลื่อนไหว) ของธรรมชาติเป็นตัวนำทาง เพื่อตอบสนองภายในจิตไร้สำนึกของข้าพเจ้าเอง

 

 


1.Untitled 1

หมึกจีนบนกระดาษสา, 55 X 80 cm.

 

 


2.Untitled 2

หมึกจีนบนกระดาษสา, 55 X 80 cm.

 

 


3.Untitled 3

หมึกจีนบนกระดาษสา 55 X 80 cm.

 

 


4.มดดำ

Acrylic on Canvas, ,100 X 150 cm.

 

 

 


5.ครีบ

Acrylic on Canvas, ,140 X 150 cm.

 

 

วาทิตย์ เสมบุตร มีแนวคิดมาจากการทำสมาธิเพื่อนำไปสู่ปัญญา ใช้การพิจารณารูปแบบจากแมลงและเดินทางโดยใช้ร่องรอยของพู่กันเพื่อ

พิจารณาจิตภายใน โดยเรียกวิธีการนี้ว่า “จิตสู่จิต” ซึ่งเป็นวิธีการหนึ่งในพุทธศาสนาเพื่อมุ่งไปสู่ปัญญา

 

 

 

 

 ...........................................................................................................................................  

 

 

 

 

 

Biography
Name : Mr.kajondet  niwyin
Birth date : December 9, 1987  Chiang Rai

Education :
- Chumchon Banpakameangoen Samukkee School, Chiang Rai
- Chiang Rai Vocational College
- B.F.A ( Thai Art),Faculty of Painting Sculpture and Graphic Art
   Silpakorn University
- A current student, Master degree (Thai Art ) in Faculty of Painting Sculpture and
  Graphic Arts Silpakorn University

Awards
2003 - 3 st prize “Portrait Drawing” Northern Handicraft Exhibition Phitsanulok
2005 - 1 st prize “Portrait Drawing” Northern Handicraft Exhibition Phrae
2006 - Scholarships of Foundation Photography
2007 - Drawing the Thai Way of Life in Calendar of Kanoksilp Company
2011 - 3rd Prize,Bronze Medal, Painting. the 57th National  Exhibition of Art
         - Supporting From.28th Exhibition Of Contemporary Art By Yong Artists

นายขจรเดช     หนิ้วหยิ่น
 9 ธันวาคม 2530
การศึกษา
- โรงเรียนชุมชนบ้านป่าคาแม่เงินสามัคคี
- วิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงราย
- ศิลปบัณฑิต  ภาควิชาศิลปไทย คณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
               - กำลังศึกษาระดับปริญญาโท ภาควิชาศิลปไทย คณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร

เกียรติประวัติ
2546 - ชนะเลิศอันดับ 3 การแข่งขันทักษะ วาดภาพคนเหมือน ระดับวิทยาลัยอาชีวศึกษาวิทยาเฃตภาคเหนือ
2548 - ชนะเลิศอันดับ 1 การแข่งขันทักษะ วาดภาพคนเหมือน ระดับวิทยาลัยอาชีวศึกษาวิทยาเขตภาคเหนือ                 
2549 -  ได้รับทุน  มูลนิธิถ่ายภาพ
2550 - ร่วมเขียนภาพปฏิทิน วิถีชีวิตไทย บริษัทกนกสิน
2554 - รางวัลประกาศนียบัตรเกียรตินิยมอันดับ 3 เหรียญทองแดง ประเภทจิตรกรรม การแสดงศิลปกรรมแห่งชาติ ครั้งที่ 57
         - รางวัลสนับสนุนศิลปกรรมร่วมสมัยของศิลปินรุ่นเยาว์ ครั้งที่ 28


 

แนวความคิด
               กระจกสีเป็นวัสดุที่เกิดจากกระบวนการทางวิทยาศาสตร์  ซึ่งถูกนำมาใช้ในงานช่างสิบหมู่ของไทยตั้งแต่สมัยโบราณ เพื่อการประดับตกแต่งอาคาร โบสถ์ วิหารภายในวัด งานประดับกระจกสีเป็นเทคนิคที่มีความละเอียดอ่อน ประณีตมีเอกลักษณ์โดดเด่นและมีเสน่ห์เฉพาะตัวสื่อความหมายสะท้อนถึงอารยธรรมและสัจธรรมของชีวิต
               ข้าพเจ้ามีความสนใจในการนำเทคนิควิธีการประดับกระจกสี ซึ่งเป็นภูมิปัญญาของช่างไทยสมัยโบราณมาประยุกต์ใช้ในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะไทยร่วมสมัยในรูปแบบจิตรกรรมประดับกระจกสี เพื่อแสดงอารมณ์ความรู้สึกตามทัศนคติส่วนตน  สะท้อนเรื่องราวความฝันและจินตนาการถึงธรรมชาติในอุดมคติ

 


1.จิตรกรรมประดับกระจก 1

ประดับกระจกสี / stained glass,190  X 122 cm. 

 

 


2. ป่าในอุดมคติ 1

ประดับกระจกสี / stained glass, 180 X122 cm. 

 

 


3. ป่าในอุดมคติ 2

ประดับกระจกสี / stained glass, 200 X122 cm. 

 

 

 


4.จิตรกรรมประดับกระจก 2

ประดับกระจกสี / stained glass,190  X 122 cm. 

 

ขจรเดช หนิ้วหยิ่น สร้างสรรค์ผลงานศิลปะขึ้นโดยได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปวัฒนธรรมที่ได้พบเห็นมาแต่วัยเยาว์และได้มองเห็นคุณค่าของ

เทคนิคภูมปัญญาของช่างไทย จึงได้นำเทคนิควิธีการมาคลี่คลายถ่ายทอดแสดงอารมณ์ความรู้สึกนึกคิดในแบบเฉพาะตนโดยใช้รูปแบบเรื่องราวจากธรรมชาติที่ผูกพันธ์ในแบบอุดมคติ

 

 

 

 

 

 ...........................................................................................................................................  

 

 

 

 

Mr.Noppanan     Thannaree
Date of Birth 31 January 2531
Education

  • Chiangrai Wittayakom School
  • Chiangrai Vocational College
  • B.F.A. (2nd Class Honor) (Thai art), Faculty of Painting Sculpture and Graphic Arts

Silpakorn University

  • A current student, Master degree (Thai art) in Faculty of Painting Sculpture and Graphic Arts
Award
2007    -           Runner-up ,ROSL Young   Artist   of   Thailand Award 2007
2010    -           3rd Prize Award winners,2nd Commemoration Exhibition of Painting. HRH Princess Kalayaniwattana Krom luang narathiwatradchanakarin. About the Thai Elephant.
-           Special Award  , the 27th Exhibtion of Contemporary art by  Young Artist.

 

 


1. ชีวิตสัมพันธ์ /Relationship of Life

วัสดุจากธรรมชาติ บนกระดาษสา  / Acrylic on Canvas, 130 X 180 cm. 

 

 


2. พื้นที่ชีวิต/ Space-Life

วัสดุจากธรรมชาติ บนกระดาษสา  / material from nature on Sa-paper, 70 X 100 cm.

 

 

3. ความสัมพันธ์และการลาจาก / Relationship and Separation

วัสดุจากธรรมชาติ บนกระดาษสา  / material from nature on Sa-paper, 70 X 100 cm.

 

4. บทสนทนาของชีวิต / Conversation of life

วัสดุจากธรรมชาติ บนกระดาษสา  / material from nature on Sa-paper, 45 X 200 cm.

 


5.ไม้งาม  1

Acrylic on Canvas, 30 X 41 cm.



6.ไม้งาม 2

Acrylic on Canvas, 30 X 41 cm.

 

นพนันท์ ทันนารี มีความบันดาลใจจากสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติและวิถีชีวิตชนบทพื้นถิ่นลานนา อันเป็นประสบการณ์ซึมซับมาแต่วัยเยาว์

เล็งเห็นความสัมพันธ์ของการประสานกลมกลืนในสภาวะอารมณ์ต่างๆ ถ่ายทอดโดยกรรมวิธีเชิงวาดเส้นอันเป็นเทคนิคที่เรียบง่ายแต่มีลักษณะเฉพาะตัวด้วยกลิ่น

อายจากธรรมชาติที่นำมาสร้างสรรค์งาน เพื่อตอบสนองความคิด และอารมณ์ ความรู้สึกของตน

 

 ...........................................................................................................................................  

 

มรรค แห่งรูป-นาม

         “มรรค”  คือ วีถีแห่งการแสดงออกทาง “ จิตสู่จิต” ซึ่งเป็นผลของการแสดงออก ส่งต่อไปยังผู้รับรู้ เป็นญาณหยั่งรู้ของปัญญาที่ใช้เหตุผล

หรือตรรกะเข้ายึดจับเป็นเหตุผลที่ตายตัวไม่ได้ เกิดเป็น “รูปสู่นาม” เป็นกลวิธีที่สร้างรูปธรรมที่เกิดจากจิตของผู้ที่ต้องการสื่อสารออกมา

ให้ผู้รับสารสัมผัสจากทัศนญาณ ก่อเกิดเป็นความรู้สึกสัมผัสทางญาณนั้นมาจากประสบการณ

์ทางการรับรู้ของแต่ละบุคคลที่เรียกว่า “นามธรรม”

ทำให้กลุ่มใบลานซึ่งเป็นกลุ่มลูกหลานสืบสายเลือดชาวลานนาที่ต้องการสะท้อน “นาม” ในจิต แสดงออกมาเป็น “รูป”

ที่สื่อสารผ่านการรับรู้แห่งทัศนธาตุ ออกมาเปรียบดังอักษรจารึกประวัติศาสตร์แห่งแผ่นดินของยุคสมัยโดยผ่านกรรมวิธีการสร้างสรรค

์ที่เกิดจากอัตลักษณ์ของทั้ง 5ศิลปิน ที่ต้องการสื่อสาร บรรจงจารึกลงคัมภีร์เล่มนี้ได้เกิดขึ้นมาแห่งยุคสมัยตามกาลเวลา

ถ้าจะกล่าวถึงพื้นเพที่เป็นต้นกำเนิดการสร้างสรรค์ของศิลปินทั้ง5 อันเป็นถิ่นที่สั่งสมความเป็นตัวตนก็ต้องพูดถึงแผ่นดินนี้   “ลานนา”   

อันเป็นชื่อเรียกของแผ่นดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติควบคู่ไปกับวิถีชีวิตที่งดงามและมีวัฒนธรรมความเชื่อที่หลากหลายกระจาย

ไปตามภูมิประเทศ  ที่เป็นขุนเขาส่วนใหญ่ฝังรากลึกลงไปในจิตใจของผู้คนที่อาศัยอยู่ในแผ่นดินนี้อย่างลึกซึ้งมาตั้งแต่โบราณกาล 

ด้วยพื้นฐาน ทางวัฒนธรรมพื้นถิ่นล้านนาอันเป็นรากเง้าของตัวศิลปินทั้ง๕คนทำให้เกิดแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงาน

ศิลปะที่เกี่ยวเนื่องกับวัฒนธรรมพื้นถิ่นของตน ซึ่งมีความหลากหลายในการนำเสนอรูปแบบทางศิลปะในลักษณะเฉพาะตน


ในนิทรรศการครั้งนี้จึงเป็นนิทรรศการที่แสดงออกถึง วิถีทางของผู้สร้างสรรค์ที่มีทุนเดิมทางวัฒนธรรมพื้นถิ่นล้านนา

แสดงออกจากความเป็นนามธรรมที่มีอยู่ในตัวตนออกมาสู่ความเป็นรูปธรรม เป็นการสื่อสารแก่ผู้ชม เพื่อให้บรรลุจุดประสงค์ของศิลปิน

ผ่านนิทรรศการศิลปะ “มรรค แห่ง รูป-นาม”

 



WAY OF TANGIBLES-INTANGIBLES