ชนบท- |
ยามเช้าในฤดูหนาว ภาพของเรือนไม้หลังเล็กมองเห็นได้จางๆในสายหมอก ควันจากครัวไฟ
|
เสียงไก่ขันหมาน้อยนอนอาบแดดอุ่น ยุ้งฉางที่เต็มไปด้วยข้าวเปลือกหลังฤดูกาลเก็บเกี่ยว |
แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ แล ะวิถีชีวิตที่เป็นธรรมชาติชีวิตชนบทขึ้นอยู่กับฤดูกาล |
เรียบง่ายเหมือนเมื่อในอดีตชาวนาปลูกข้าว ไว้กินเอง เหลือไว้แลกเปลี่ยนและแบ่งปัน
|
วิถีชีวิตในชนบทเต็มไปด้วยความอิสระเสรี |
|
เมือง- |
ยามเช้าในฤดูหนาว ภาพของตึกรามบ้านช่องใหญ่โตเบียดเสียด มองเห็นได้ |
ผ่านม่านหมอกควันรถยนต์ เสียงเครื่องยนต์แผดดัง หมาข้างถนนหิวโซ ผู้คนเบียดเสียด |
กันบนรถเมล์ เดินสวนกันขวักไขว่ริมถนนและสถานีรถไฟฟ้า รีบเร่งไปทำงาน เปลี่ยนเวลา |
ให้กลายเป็นเงิน แลกเปลี่ยนกับข้าวปลาอาหาร วิถีชีวิตในเมืองเต็มไปด้วยกฏระเบียบ |
|
คนชนบท- |
ร่าเริงสนุกสนานมีความสุขมีอัธยาศัย มีน้ำใจไมตรี ช่วยเหลือเกื้อกูลกันดุจญาติสนิทมิตรสหาย
|
|
คนเมือง- |
เหงาเศร้าโดดเดี่ยวท่านกลางผู้คนหลากหลาย ต่างที่ต่างถิ่น ทุกคนต่างแปลกหน้า
|
ซึ่งกันและกัน มีความทุกข์ไร้ชีวิตชีวา แห้งแล้งน้ำใจอยู่ไปวันๆ
|
|
ความจริง- |
มันคงไม่มีเส้นแบ่งที่ชัดเจน ไว้ให้รู้ว่าที่ไหนเป็นเขตเมือง ที่ไหนเป็นเขตชนบท ใครเป็นคน
|
เมืองหรือใครเป็นคนชนบท คนในเมืองส่วนมาก ล้วนย้ายถิ่นฐานมาจากบ้านเกิดในชนบท
|
โดยเฉพาะชนชั้นแรงงาน คนในชนบทก็มีจำนวนไม่น้อยที่ย้ายจากกลางเมือง มาแสวงหา |
ความเป็นอยู่อย่างเรียบง่าย โดยเฉพาะผู้มีอันจะกิน ความเป็นชนบทกับความเป็นเมือง
|
จึงแยกกันไม่ออก การผสมผสานกันของวิถีชีวิตที่แตกต่างกัน มีการพึ่งพาอาศัยกัน
|
ในเรื่องความเป็นอยู่ เกิดการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างคนที่มาจาก ต่างวิถีชีวิต ภาพคุ้นตา
|
ที่เห็นนายทุนจากกรุงเทพฯ ซื้อที่ดินผืนใหญ่ สร้างบ้านสวนรีสอร์ท สนามกอล์ฟ โดยมี
|
เจ้าของที่ดินเดิม เป็นลูกจ้าง จึงเป็นภาพคุ้นตาในชนบท พอๆกับภาพของคนชนบท ที่ทำ
|
มาหากินอยู่ในกรุงเทพฯ |
|
ตัวตน- |
สมพงษ์ สารทรัพย์ เกิดเมื่อปี พ.ศ.2504 เป็นศิลปินชาวเชียงรายโดยกำเนิด เติบโตมากับวิถีชีวิตที่เรียบาง่าย |
ในชนบทและใกล้ชิดกับธรรมชาตวัยเด็กใช้ชีวิตวันๆไปกับการเล่นสนุกตามทุ่งนาป่าห้วย |
เติบโตท่ามกลาง วัฒนธรรมท้องถิ่น เมื่อย่างเข้าวัยหนุ่มีตั้งแต่ป พ.ศ.2520 |
ต้องไปใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพฯ ระหว่างการศึกษาหาความรู่้ในระดับมหาวิทยาลัย |
ท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมือง หลังยุค ตุลาคม 2519 สภาพของสังคมเมืองเป็นยุคสมัยของการปรับตัว |
ระยะเวลา ปีนับเป็นห้วงเวลาแห่งความทุกข์ทรมานของเด็กหนุ่มจากชนบทที่จะต้องเผชิญหน้ากับความ |
กดดันจากสภาพแวดล้อม การแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกลางเมืองกรุง ในฐานะศิลปิน มีเพียงงานศิลปะเท่านั้นที่อ |
เขาใช้เป็นเพียงเครื่องมืในการดูแลจิตใจตัวเอง พัฒนาการทางรูปแบบ ผลงานศิลปะ ของสมพงษ์ |
เขาได้สะท้อนความรู้สึกนึกคิดผ่านผลงานจิตรกรรมที่แสดงถึงกฏระเบียบความกดดัน
|
สิ่งเหล่านี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อตัวศิลปินเอง โดยได้บ่มเพาะความคิด
|
เชิงสังคมให้กับเขา ต่อมาเมื่อศิลปินได้ย้ายกลับมาอยู่ที่เชียงราย บรรยากาศ
|
และสภาพแวดล้อมเก่าๆในวัยเด็กทำให้เขาครุ่นคิดถึงตัวตน การทำงานศิลปะเป็นการ |
เฝ้ามองตัวเองเติบโต เขาสร้างสรรค์ผลงานศิลปะขึ้นมากมายโดยใช้เรื่องราวรอบตัว เป็นจุดในการเฝ้ามอง |
ในขณะเดียวกันศิลปะของสมพงษ์ก็ได้สร้างสรรค์ตัวตน |
ของความเป็นศิลปินท้องถิ่น ขึ้นที่ละเล็กละน้อย
|
|
ความหลากหลาย- |
สมพงษ์ได้บันทึกไว้ในสูจิบัตรนิทรรศการ “สมพงษ์ 1997-1999” ว่า “ความหลากหลายเป็นความงาม |
วัฒนธรรมที่หลากหลายทำให้โลกสวยงาม” นี่เป็นประโยคมองโลกในแง่ดี ยอมรับความแตกต่าง |
และความหลากหลาย แต่ในขณะเดียวกัน การยอมรับความแตกต่างหรือแม้แต่ความพยายามที่จะ |
เข้าใจความแตกต่าง แลความหลากหลายก็เป็นเรื่องที่ทำได้ยาก ในสังคมที่เต็มไปด้วยความสลับซับซ้อน |
การเสาะแสวงหาชีวิตในวัยหนุ่มของสมพงษ์ถูกบันทึกเป็นผลงานศิลปะหลายชุด ที่แสดงถึง |
การเฝ้ามองชีวิตและธรรมชาติ “หนึ่งใบไม้คือหนึ่งต้นไม้ใหญ่ หนึ่งต้นไม้ใหญ่คือหนึ่งป่าใหญ่ ทุกสิ่งประสานกลมกลืน” |
ในขณะเดียวกันความคิดของการตรวจสอบตัวเอง เฝ้ามองดูตัวเองก็ปรากฏอยู่ในงานของเขาด้วยอย่าง |
สม่ำเสมอ นี่อาจจะเป็นอิทธิพลจากคำสอนในพระพุทธศาสนาที่ชัดเจนที่สุด ซึ่งแทรกตัว |
อยู่อย่างเหมาะสมในงานจิตรกรรมของเขาเสมอมา วัฏจักรการเกิดดับ เมล็ดพืชที่กำลังงอกงาม ชีวิตใหม่ ใบไม้แห้ง
|
ร่วงโปรยจากต้น ความตาย การเปลี่ยนผ่าน และการกำเนิดถูกนำเสนอผ่านสัญลักษณ์ ที่เป็นธรรมชาติอย่างเมล็ด ใบไม้ต้นไม้ |
งานจิตรกรรมของสมพงษ์ปราศจากการเวลา สถานที่ที่เขาเขียนถึงมักมีดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์ แต่ว่างเปล่า และไม่สามารถ
|
ระบุพิกัดทางภูมิศาสตร์ได้ เปรียบเสมือนลมหายใจในชีวิตนี้ อาจจะเป็นลมหายใจ
|
ข้ามมิติกาลเวลา ผ่านแต่ละชาติภพ เมล็ดแก่ของพืชร่วงหล่นลงสู่ดิน เกิดเป็นต้นใหม่ |
ชีวิตที่ฟักตัวอยู่ในเมล็ดพืชเปลี่ยนสภาพ เป็นรูปทรงของชีวิตใหม่ ความซับซ้อน
|
ที่แฝงตัวอยู่อย่างเรียบง่าย เป็นธรรมชาติถูกถ่ายทอด ผ่านสายตาของ ศิลปินอย่างสมพงษ์เสมอมา |
ความหลากหลายอันเป็นเอกภาพหนึ่งเดียวของธรรมชาติ ช่วยให้เราพิจารณาความไม่เที่ยงแท้ยั่งยืนที่มีอยู่ในตัวตนของเรา
|
|
ชีวิตไม่มีอะไรตกหล่นสูญหาย- |
ผลงานชุดบ้านของพ่อ จิตรกรรมจำนวน 18 ชิ้นของสมพงษ์ สารทรัพย์ เป็นการกลับมา |
ตรวจสอบตัวตนอีกครั้งของเขา ในรูปแบบจิตรกรรมที่ผสมผสาน เทคนิกการวาดภาพ
|
เฉพาะตัวเข้ากับองค์ประกอบภาพที่มีการสร้างให้เกิดความขัดแย้งอย่างจงใจ ด้วยสี
|
และรูปทรงของเส้น ระนาบของสีที่ทับซ้อนกัน ทำให้เกิดมิติที่แปลกประหลาดในจิตนการ
|
รูปแบบของระนาบสีชวนให้นึกถึงผนังบ้าน ขอบหน้าต่าง ทะลุออกไป เป็นระนาบที่สื่อ
|
ให้เห็นรายละเอียดของสถาปัตยกรรมท้องถิ่นอย่างยุ้งฉางข้าวที่มีข้าวเปลือกล้นทะลักออกมา |
เป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์และชีวิตภาพขนาดเล็กที่แปลกแยก อยู่บนระนาบสี
|
เป็นภาพผลงานศิลปะของศิลปินและภาพบุคคลที่มีชื่อเสียง ศิลปิน พระสงฆ์ หรือแมิย์ |
้แต่พระบรมสาทิศลักษณ์ ของพระมหากษัตรถูกจัดวางอย่างจงใจให้เปรียบเทียบ
|
กันระหว่างภาพด้านหลังขอบหน้าต่างและความหมายของบุคคลและผลงานศิลปะด้านหน้า |
|
ชีวิตที่เรียบง่ายกำลังถูกเปิดออกเพื่อรับความเปลี่ยนแปลงอันเป็นกฏนิรันดร์ สิ่งที่อยู่ภายในจิตใจ
|
ไม่สามารถซุกซ่อนเอาไว้ได้อีกต่อไป การตีความสภาพของสังคม |
จริงภายนอกและสิ่งที่อยู่ภายในจิตใจเราทั้งหลายไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบที่มีต่อ
|
สังคมร่วมกันได้ เราทั้งหลายต่างยืนอยู่ในจุดที่เห็นแตกต่างกัน มุมที่เราเห็น |
เป็นเพียงส่วนหนึ่งของภาพทั้งหมด การกลับมาสำรวจสิ่งที่คิดและสิ่งที่เห็นอย่างตั้งใจอาจจะ
|
ทำให้การยอมรับความแตกต่างระหว่างกันของมนุษย์มีความเป็นไปได้มากยิ่งขึ้น |
|
|
ไม่มีความเป็นเมืองไม่มีความเป็นชนบท อยู่เหนือพ้นการให้ความหมาย และการตีตราประทับ ไม่มีสิ่งใดเลวที่สุด |
หรือดีที่สุดเช่นเดียวกันเหมือนกับวิถีของธรรมชาติ “ทุกสิ่งประสานกลมกลืน ส่งผลต่อกัน |
นั้นคือความงาม นั้นคือการรับผิดชอบของคน รับผิดชอบต่อตัวตนและโลก”
|
|
อังกฤษ อัจฉริยโสภณ |
21 ธันวาคม 2552 |